ดูแลคีลอยด์ที่บ้าน ใช้ซิลิโคนเจลและติดตามรอยให้ถูกวิธี

ยาทาแผลเป็นคีลอยด์

ยาทาแผลเป็นคีลอยด์ใช้อยู่ทุกวัน แต่ควรดูการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง คนที่มีคีลอยด์อาจใช้ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องแต่ยังไม่รู้ว่าจะประเมินผลจากอะไร สีรอยที่จางลง ความแข็งที่ลดลง และอาการคันที่เบาลงอาจเปลี่ยนคนละเวลา การดูแลด้วยยาทาแผลเป็นคีลอยด์จึงควรมีวิธีติดตามที่ทำได้จริง พร้อมรู้ว่าอาการแบบไหนต้องกลับไปตรวจ ไม่ต้องรอใช้ให้หมดหลอดก่อนทุกครั้ง ตรวจสภาพผิวก่อนเริ่มดูแลรอย ผลิตภัณฑ์ซิลิโคนสำหรับแผลเป็นใช้บนผิวที่สมานแล้ว หากรอยถูกเกาจนแตก มีเลือดออก หรือมีของเหลวซึม ต้องดูแลบาดแผลก่อน ไม่ทาซิลิโคนสำหรับแผลปิดทับเพื่อปิดรอยนั้นเอง ส่วนคนที่เพิ่งฉีดยาหรือทำเลเซอร์กับคีลอยด์ ให้ถามแพทย์ว่าเริ่มกลับมาทาได้วันไหน รอยที่สงสัยคีลอยด์ควรได้รับการตรวจ โดยเฉพาะถ้าโตเกินขอบแผลเดิม คันมาก หรือเจ็บ การวินิจฉัยช่วยให้เลือกวิธีรักษาได้ตรงและไม่เสียเวลาใช้ผลิตภัณฑ์กับรอยชนิดอื่น แผลเล็กจากการเจาะหูหรือสิวก็อาจเป็นต้นเหตุได้ จึงควรบอกเหตุการณ์ก่อนเกิดรอยทั้งหมดเท่าที่จำได้ เตรียมผิวและทาเจลเป็นชั้นบาง ล้างบริเวณรอยอย่างนุ่มนวลและเช็ดให้แห้ง ใช้เจลตามปริมาณที่ฉลากกำหนด กระจายบางทั่วบริเวณที่ต้องการดูแลแล้วปล่อยให้แห้ง ไม่ต้องกดก้อนคีลอยด์หรือนวดแรง การเพิ่มความหนาจนผิวยังเหนียวอาจทำให้เลอะและเสียเวลารอ โดยไม่ได้เพิ่มประโยชน์จากการใช้ฟิล์ม ยาทาแผลเป็นคีลอยด์ แห้งเป็นฟิล์มบางที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของรอย มีข้อบ่งใช้กับแผลเป็นผิดปกติทั้งใหม่และเก่า โดยผู้ผลิตระบุการช่วยให้นุ่ม แบนลง และบรรเทาอาการคัน ผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องมือแพทย์ แม้ในการค้นหาจะพบอยู่ในกลุ่มยาทาแผลเป็นก็ตาม Strataderm มีคำแนะนำใช้วันละครั้งหรือทาซ้ำหลังล้างตามเอกสารกำกับและคำแนะนำแพทย์ หากบริเวณรอยอยู่บนมือหรือส่วนที่โดนน้ำบ่อย ให้ตรวจว่าต้องทาซ้ำแบบไหน อย่าทาแล้วล้างออกเพื่อไปทำกิจกรรมทันที เลือกเวลาที่มีโอกาสปล่อยให้เจลแห้งและสัมผัสผิวได้ต่อเนื่อง จัดกิจวัตรให้ไม่รบกวนบริเวณคีลอยด์ เสื้อที่มีตะเข็บกดบนรอย สายกระเป๋าที่ครูดซ้ำ หรือเครื่องประดับที่เสียดสีอาจเพิ่มความไม่สบาย ลองปรับสิ่งที่สัมผัสรอยโดยไม่ใช้เทปกาวปิดเอง หากคีลอยด์อยู่บนข้อและตึงมาก ให้ปรึกษาวิธีเคลื่อนไหวหรือการรักษา ไม่ฝืนยืดจนผิวเจ็บเพื่อหวังให้รอยคลาย เมื่อฟิล์มแห้ง …